รูปหล่ออัศจรรย์

 

จุดเริ่มต้นรูปหล่อ ในวันศุกร์ที่ 6 ม.ค. 2560 หลวงปู่ท่านได้มอบของสิ่งหนึ่ง มีลักษณะเหมือนแก้วสีแดงอมส้ม เนื้อใสบริสุทธิ์ สวยงาม ให้ไปเก็บรักษาไว้ก่อน พร้อมที่จะนำไปทำวัตถุมงคลในกาลต่อไป

ดำริหลวงปู่จัดสร้างวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค. 2560 หลวงปู่ท่านได้เรียกให้ไปพบ แล้วท่านได้มีดำริมาว่าให้นำเอาแก้วสารพัดนึก ที่มีขนาดประมาณครึ่งกำมือ ให้นำไปย่อยเป็นเม็ดเล็กๆ ให้มีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเขียว แล้วให้นำมาบรรจุในพระองค์เล็กขนาดห้อยคอซึ่งหลวงปู่ท่านให้ทำเป็น รูปเหมือนของท่านบรรจุแก้วสารพัดนึก หลวงปู่ท่านยังกำชับอีกว่า จะบรรจุแก้วสารพัดนึกยังไงก็ได้แต่ต้องให้มองเห็น

อัศจรรย์แก้วสารพัดนึก วันเสาร์ที่ 28 ม.ค. 2560 ในช่วงบ่ายขณะที่ถวายนวดพร้อมกับครูบาในวัด หลวงปู่ท่านได้เมตตาเล่าที่มาของแก้วสารพัดนึกให้ฟังว่า… แก้วสารพัดนึกนี้ท่านได้เก็บรักษาไว้นานแล้ว วันที่ท่านได้มานั้น ขณะที่หลวงปู่ท่านกำลังปัดเก็บที่นอนอยู่ แก้วเม็ดนี้ได้มาแสดงตัว ปรากฏอยู่ตรงที่นอนของ ท่าน มาเอง แล้วหลวงปู่ท่านได้ก็กล่าวว่า ” อาตมาไม่เคยอยากจะได้ แค่อยากจะเห็นเฉยๆว่า ของวิเศษมันเป็นยังไง แต่เขากับเอามามอบให้อาตมา “

การที่หลวงปู่ท่านได้เอ่ยวาจามาว่าแก้วเม็ดนี้เป็นของวิเศษ ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะหลวงปู่ท่านจะไม่ค่อยได้เอ่ยหรือกล่าวว่า สิ่งใดเป็นของวิเศษหรือมีฤทธิ์นั้นน้อยมากมีแต่บอกว่า ก็แค่นั้นหรือไม่ก็ว่าไม่สลักสำคัญอะไรพอที่จะให้ตื่นเต้น แม้กระทั่งเหล็กเปียก เหล็กไหล แต่สำหรับแก้วสารพัดนึกนี้ หลวงปู่ท่านได้เอ่ยวาจาว่าเป็นของวิเศษและท่านได้เก็บรักษาเอาไว้ในย่ามท่านตลอด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ความศักดิ์สิทธิ์ และฤทธิ์ธา พุทธานุภาพของแก้วเม็ดนี้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งการมาของแก้วสารพัดนึกนี้ก็ไม่ธรรมดา สุดแสนอัศจรรย์ยิ่ง….

 

การแยกเม็ดแก้วสารพัดนึก

แก้วสารพัดนึกขนาดไม่ถึงหนึ่งกำปั้นแต่หนักถึงเกือบ 5 ขีด ได้ไปทำการย่อย แล้วเจียรโดยช่างพัด บ้านสร้างมิ่ง ย่อยเป็นเม็ดเล็กๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 5 มิลลิเมตร ได้จำนวน 205 เม็ด แล้วยังมีเม็ดที่มีรูปทรงรีอีก 83 เม็ด และเป็นทรงเหลี่ยมอีก 3 เม็ดรวมเป็นทั้งหมด 291 เม็ด เท่ากับว่าจำนวนพระรูปหล่อทั้งหมด ทุกเนื้อรวมกันจะมี 291 องค์ ตามจำนวนเม็ดแก้วสารพัดนึก เพราะยึดเอาเม็ดแก้วสารพัดนึกเป็นหลัก ได้จำนวนเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น เม็ดแก้วสารพัดนึกนี้ได้มีคุณลักษณะพิเศษคือ ใสเหมือนแก้ว หนักเหมือนเหล็ก แกร่งเหมือนเพชร ความแกร่งนี้ช่างที่เจียรได้บอกเอาไว้ว่า ความแข็งนั้นอยู่ในจำพวก ตระกูลเพชร

 

 

แบบรูปหล่อ หลังจากหลวงปู่ท่านได้มีดำริมาแล้วว่า ให้ทำเป็นรูปหล่อขนาดห้อยคอ ดังนั้นจึงหาภาพหลวงปู่ที่จะนำมาปั้นเป็นต้นแบบ แล้วได้ความสรุปว่า จะใช้ภาพหลวงปู่ในช่วงที่ท่านอยู่ช่วงอายุ 70 กว่า เป็นภาพถ่าย ที่ท่านได้เมตตาให้ศิษย์ถ่ายภาพที่กุฏิของท่านที่วัดป่าอรัญญาวิเวก ที่บ้านไก่คำ จ.อำนาจเจริญ แล้วรูปหล่อรุ่นนี้ก็จะนำถวายหลวงปู่ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ จ.อำนาจเจริญ เช่นกันงานขึ้นต้นแบบหุ่นขี้ผึ้งในงานปั้นหุ่นต้นแบบ เมื่อได้ภาพต้นแบบแล้ว ได้มองหาช่างปั้นที่จะถ่ายทอดความละเอียดอ่อน ความสวยงาม ของรูปหล่อรุ่นนี้ เพื่อให้สมกับที่หลวงปู่ท่านให้ความสำคัญของรูปหล่อรุ่นนี้เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังเน้นย้ำให้นำแก้วสารพัดนึกมาบรรจุไว้

 

 

แล้วที่สุดก็ได้ช่างปั้นที่เป็นผู้หญิง มารับหน้าที่ในการปั้นต้นแบบของรูปหล่อรุ่นนี้ โดยขึ้นหุ่นด้วยขี้ผึ้งแทนหุ่นหิน เพื่อที่จะถ่ายทอดความงามของงานปั้น ความอ่อนโยนสวยงามพร้อมศิลป์ให้ลงตัวมากที่สุด แล้วในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ. 2560 งานต้นแบบหุ่นขี้ผึ้งได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อได้พิจารณาหุ่นขี้ผึ้งต้นแบบดีแล้ว มีความสวยงามลงตัวอย่างมาก งานปั้นได้เหมือนภาพต้นแบบถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม เสมือนหลวงปู่ท่านนั่งอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

 

หล่อต้นแบบ

หลังจากนั้นได้นำหุ่นขี้ผึ้งไปให้ช่างเข้าแบบปูนเพื่อเทเป็นองค์ต้นแบบ โดยได้เทองค์ต้นแบบเป็นเนื้อเงิน หลังจากนั้นนำองค์ต้นแบบไปให้ช่างขัดเกลารายละเอียดให้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งแกะชื่อหลวงปู่ที่ฐานให้เรียบร้อย พร้อมที่จะนำไปถอดหุ่นเทียนเพื่อทำการหล่อต่อไป  งานหล่อพระรูปหล่อรุ่นนี้ได้ใช้ กรรมวิธีแบบหล่อเหวี่ยง เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อหล่อเสร็จดีแล้วทุกเนื้อ ได้นำเอาเนื้อเงินกับเนื้อนวะไปปลอกผิว หลังจากปลอกผิวเสร็จแล้ว ก็ได้นำพระไปขัดผิวโดยร้านจิวเวอรี่ หลังจากนั้นได้นำรูปหล่อทั้งหมดไปบรรจุผงพุทธคุณที่ใต้ฐานองค์พระ แล้วนำเอาเม็ดแก้วสารพัดนึกฝังลงไปในเนื้อผง แต่สามารถมองเห็นทุกองค์ตามดำริของหลวงปู่ส่วนผงที่นำมาบรรจุใต้ฐานองค์พระ ได้นำผงพุทธคุณหลายคณาจารย์รวมทั้ง พระผงเพ็ชร แตกหัก แล้วนำ เกศาของหลวงปู่ มาซอยให้เป็นเส้นเล็กๆแล้วผสมลงไปด้วย

 

จำนวนในการจัดสร้าง

1.เนื้อทองคำ 16 องค์ ( ตอกโค๊ต มะ อะ อุ )

2. เนื้อนวะโลหะ 56 องค์ ( ตอกโค๊ต มะ )

3. เนื้อเงินผสมทองคำ 63 องค์ ( ตอกโค๊ต อะ )

4. เนื้อขันลงหิน 154+1 องค์ ( ตอกโค๊ต อุ )

5. เนื้อเงินต้นแบบ 1 องค์ ( ตอกโค๊ต มะ อะ อุ )

 

 

 

 

วันอธิษฐานจิต รูปหล่ออัศจรรย์หลวงปู่ได้เมตตาอธิษฐานจิตในวันอังคารที่ 15 มี.ค. 2560 ในช่วงเวลา 18.30 น.  ถ้าจะนับวัตถุมงคลทั้งหมดของหลวงปู่ รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นเดียวที่หลวงปู่ท่านได้อธิษฐานจิตในช่วงเวลาพลบค่ำ เหตุที่รูปหล่ออัศจรรย์ ได้นำไปให้หลวงปู่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตในตอนใกล้ค่ำเพราะว่า ในวันดังกล่าวขณะเดินทางจากกรุงเทพโดยรถยนต์เพื่อมายังจังหวัดอำนาจเจริญ แล้วในช่วงบ่ายหลวงปู่ท่านได้บอกให้ลูกศิษย์ที่วัดโทรมาบอกว่า ถ้ามาถึงให้เข้ามาหาท่านที่กุฏิเลย ท่านรออยู่ และให้นำรูปหล่ออัศจรรย์นี้มาให้ท่านดู   พร้อมกันนั้นหลวงปู่ท่านก็ได้อธิษฐานจิตให้เลยในวันเวลาดังกล่าว

แสดงให้เห็นว่า หลวงปู่ท่านให้ความสำคัญกับพระชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เคยมีปรากฏมาก่อนที่หลวงปู่ท่านจะรอวัตถุมงคล เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่หลวงปู่ท่านพักผ่อนแล้วและจะไม่มีใครกล้ารบกวนท่านเด็ดขาดถ้าไม่มีคำสั่งจากหลวงปู่ รูปหล่อรุ่นนี้จึงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ดั่งเช่นที่หลวงปู่ท่านได้เอ่ยวาจาไว้ว่า ” อยากได้อะไร ก็ให้ขอเอาในนี้ “ เมื่อหลวงปู่ท่านอธิษฐานจิตเสร็จดีแล้วหลวงปู่ท่านได้หยิบเอารูปหล่ออัศจรรย์ขึ้นมาพิจารณา ท่านก็ได้พลิกดูที่ใต้ฐานรูปหล่อแล้วหลวงปู่ท่านได้เอ่ยวาจาขณะที่มือของท่านยังถือรูปหล่ออยู่ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว”

 

******** หมายเหตุ *********

เฉพาะเนื้อขันลงหินจะมี  หมายเลข 33 สององค์   เนื่องจากตอกหมายเลขซ้ำกัน ผู้จัดสร้าง จึงได้นำหมายเลข 33 ในองค์ที่ตอกซ้ำกัน  มาตอกโค๊ตเพิ่มอีกหนึ่งตัว ตอกเพิ่มตรง บริเวณสังฆาฏิด้านหน้า

ฉะนั้น รูปหล่ออัศจรรย์เนื้อขันลงหินองค์หมายเลข 33 จะมี 2 องค์ คือ องค์ 1 โค๊ต  และ องค์ 2 โค๊ต

สรุปแล้ว รูปหล่ออัศจรรย์เนื้อขันลงหินจะมีทั้งหมด 155 องค์ และจะมีหมายเลขที่ ตอกกำกับองค์พระที่หมายเลข 1 – 154 เท่านั้น